มูเตลู

สายมูเตลูคืออะไร ? มีเครื่องรางแบบไหนบ้าง ?

“ความเชื่อ” เรื่องเหนือสิ่งธรรมชาตินั้น อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างช้านาน ไม่ว่าเป็นในเรื่องของบาปบุญ เวณกรรม การทำของใส่หรือที่เราเรียกกันว่า “ไสยศาสตร์” สิ่งเหล่านี้มักจะมีวัตถุนิยมหรือวัตถุมงคลอย่าง “เครื่องรางของขลัง” ซึ่งเป็นที่ยึดถือในเรื่องของดวงชะตาและความเชื่อที่อยู่คู่กับคนไทย ในช่วงหลายๆ ปีให้หลังนี้ ความเชื่อเหล่านี้กลับมาเป็นเทรนด์ฮิตกันอย่างมากโดยเรียกผู้ที่เลื่อมใสในสิ่งเหนือธรรมชาตินี้ว่า “สายมูเตลู” นั้นเอง  วันนี้เราจะขอพาทุกๆ ท่านไปทำความรู้จักกับความหมายของสายมูเตลู พร้อมกับแนะนำให้รู้จัก

“มูเตลู” คืออะไร ? มีที่มาอย่างไร ?

คำว่า “มูเตลู” มาจากชื่อของภาพยนตร์ของทางอินโดนีเซีย โดยมีชื่อเรื่องว่า “มูเตลู ศึกไสยศาสตร์”  ซึ่งเนื้อหาของภาพยนตร์เป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาว 2 คนที่ใช้มนต์ดำต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงชายหนุ่มที่ตนหลงรัก มีการท่องคาถาเริ่มต้นบทด้วยคำว่า “มูเตลูทุกครั้ง” ก่อนร่ายมนต์ นั้นเอง จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกคนที่ฝักใฝ่ไสยเวทย์นี้ว่า “สายมูเตลู” 

ดังนั้น สายมูเตลู ก็คือ ชื่อเรียกของผู้คนที่มีความเชื่อในเรื่องพลังพิเศษ ศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติ ฝักใฝ่หาเครื่องรางของคลังหรือทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสนองความต้องการของตนให้สำเร็จลุล่วง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเงิน หน้าที่การงานหรือแม้กระทั้งการสมหวังในความรัก เป็นต้น

“8 เครื่องรางของขลังที่คนไทยนับถือ

1. ช้องหมูป่า มีลักษณะเป็นเส้นขนพิเศษของหมูป่า ที่ขึ้นอยู่บริเวณตัวของหมูป่า โดยเฉพาะที่บริเวณหัว หรือระหว่างคิ้วของมัน มีความยาวเป็นพิเศษนักไสยศาสตร์เชื่อกันว่าเป็นของขลังชนิดหนึ่ง ที่มีอิทธิฤทธิ์ด้านคงกระพันมหาอุด มักจะพบบนหมูโทนซึ่งหมายถึงหมูตัวผู้ที่ชอบหากินอยู่ตัวเดียว มักจะมีขนเหนือสันหลังขึ้นมาถึงโหนกคอ ยาวเป็นพิเศษ เหมือนหางเปียย้อยลงมาตรงหน้าผาก ยาวจนถึงปากของมัน หมูป่าจะคาบช้องของมันเอาไว้ตลอดเวลา โดยพันเอาไว้กับเขี้ยวด้านหนึ่งเพื่อหลบซ่อนช้องจากผู้ที่ต้องการช่องของมัน

2. เขี้ยวหมูตัน หมูป่าเพศผู้ตัวใดมีเขี้ยวตัน ตั้งแต่โคนเขี้ยวถึงปลายเขี้ยว มีความเชื่อกันว่าจะหนังเหนียวยิงไม่เข้า เมื่อมันตาย ผู้ที่สามารถดึงเขี้ยวของมันมาครอบครองได้นั้น เชื่อกันว่าจะหนังเหนียวเช่นเดียวกับหมูตนนั้น มักใช้เป็นเครื่องรางป้องกันศาสตราวุธต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี 

3. กระเบนท้องน้ำ เป็นอีกหนึงเครื่องรางของขลังที่ได้มาจากกระดูกของปลาโรนิน โรนันและปลากระเบน (ส่วนใหญ่จะมาจากปลาโรนัน ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่าปลากระเบนท้องน้ำ) ซึ่งเป็นปลากระดูกอ่อนเช่นเดียวกับฉลาม แต่จะมีปุ่มหนามแข็งบนหัวและลำตัว มีความเชื่อกันว่า ผู้ที่ครอบครองจะสามารถป้องกันภัยทางน้ำ ป้องกันคุณไสยหรือช่วยให้แคล้วคลาดมรสุมพายุต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

4. เคราทองแดง ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นของขลังที่สามารถเกิดขึ้นบนร่างกายของคนที่มีอาคมแก่กล้า มีคาถาอาคม เสกว่านยากินเป็นประจำทำให้ตับเป็นเหล็กหรือเกิดเคราเป็นทองแดง เชื่อกันว่าเป็นของขลังที่จะเสริมมงคลแก่ผู้ที่ครอบครอง สามารถป้องกันภัยอันตรายต่างๆ ได้

 5. เดือยงูเหลือม คือ อวัยวะชนิดหนึ่งที่สามารถงอกออกมาบริเวณใกล้กับรูถวารของงู ซึ่งจะมีเฉพาะพญางูเหลือมหรืองูเพศผู้อายุมากๆ เท่านั้น ผู้ครอบรองจะได้ดีในด้านเสี่ยงโชค ดีในด้านทำมาหากิน โชคลาภ ค้าขายดี ดีในด้านมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม

6. เบี้ยแก้ “เบี้ย” คือหอยทะเลหรือเรียกว่าหอยเบี้ย ถูกใช้เป็นเงินที่ใช้จ่ายกันในยุคสมัยก่อน ภายหลังได้ถูกเรียกเป็น “เบี้ยแก้” เนื่องจากมีการนำเอาหอยเบี้ยมาแก้บนและเชื่อกันว่าเบี้ยเองเป็นสิ่งมงคลในตัว จึงทำให้พระเกจิอาจารย์ต่างๆ นำหอยเบี้ยลงคาถาอาคมแจกจ่ายให้กับลูกศิษย์นำไปบูชา

7. ปลัดขิก เป็นเครื่องรางของขลังที่ได้รับความนิยมในวงการพระเครื่อง ส่วนมากจะถูกแกะสลักทำจากไม้มงคลหรือทำจากวัสดุอื่นอีก เช่น ทำจากโลหะ, ทองเหลือง, ทองแดง, เขาสัตว์หรือเขี้ยวสัตว์ เป็นต้น ซึ่งจะนำมาแกะสลักเป็นรูปคล้ายอวัยวะเพศชาย มีหลายขนาด จากนั้นปลัดขิกจะถูกพระเกจิอาจารย์ต่างๆ จารึกอักขระรอบตัวปลักขิกพร้อมบริกรรมคาถา เชื่อกันว่าปลัดขิกให้คุณด้านเมตตามหานิยม ป้องกันภัย กำจัดสิ่งเลวร้ายต่างๆ ครับ 

8. กุมารทอง ตามตำรับโบราณได้อธิบายการทำกุมารทองไว้โดยการนำเอาเด็กที่ตายในท้อง ถูกอาจารย์ไสยเวทย์จะทำพิธีผ่าท้องศพแม่แล้วเอาศพเด็กออกมาย่างไฟให้แห้งแล้วเอามาปิดทอง จารอักขระ แล้วสวดคาถาสะกดวิญญาณให้กลับมาอยู่ในกุมารทอง เพื่อที่ใช้เป็นบริวาร มักสร้างเป็นรูปเด็กผมจุก นุ่งโจงกระเบน เป็นเครื่องรางของขลัง ผู้บูชาต้องเลี้ยงให้ความรัก ให้ข้าวให้น้ำ อาหารหวานคาว โดยเฉพาะน้ำแดง และต้องมีของเล่นให้กุมารทองเล่นด้วย กุมารทองจะให้คุณต่างๆ เช่น ช่วยคุ้มครองบ้าน ขับไล่เสนียดจัญไร ช่วยเรื่องการค้าธุรกิจ เป็นต้น

Scroll to Top